Profile
Background
Guests
Gallery
Blog
Contact

จินตนา (เรื่องจริง มาทำเป็นนิยาย)

เมื่อช่วงซัมเมอร์มาถึง แสงแดดแผดจ้า อากาศร้อนแต่ไม่ชื้นเหมือนที่เมืองไทย นพเดินทอดน่องอยู่คนเดียวบนถนนนิวเบอร์รี่ ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน บรรดานักศึกษาต่างพากันเก็บข้าวเก็บของกลับบ้านกันหมด ปล่อยให้เมืองบอสตัน กลายเป็นเมืองร้างในสายตาของนพ เนื่องด้วยมีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยมากมายจนจำชื่อไม่หมด แต่ทุกคนไปที่อื่นกันหมดแล้ว บอสตันวันนี้ดูโหวงเหวงผิดหูผิดตาไปจากปกติ มองไปก็เจอแต่คนสูงอายุ และวัยทำงานที่ดูรีบเร่ง โลกขาดสีสันไปถนัดตา เจ้าพวกเพื่อนร่วมก๊วนก็พากันกระโดดขึ้นเครื่องบินกลับเมืองไทยกันหมด เหลือแต่นพ หนุ่มลูกครึ่งไทยอเมริกันหน้าตาดี ที่เบื่อหน่ายกิจกรรมที่รอเขาอยู่ที่เมืองไทย

 

ซึ่งมันก็ไม่ต่างจากที่ทำอยู่ที่บอสตันสักนิด เกือบทุกคืนตกดึกเขาจะไปปรากฏตัวตามผับต่างๆ หมดเวลาราตรีไปกับการทำความรู้จักเพศตรงข้าม ทีเด็ดของกิจกรรมโปรดของเขาคือ ที่นี่มีสาวสวยใจกว้างหลากหลายเชื้อชาติ ที่พร้อมจะไปกับเขาโดยไม่มีพันธะใดๆ ดีไม่ดีอาจไม่ได้เจอกันอีกเลยก็เป็นได้ ต่างจากเมืองไทย หากมีสัมพันธ๋กับใครเข้า หากอยากจะชิ่งหนีอย่างไรก็ไปไม่พ้น ดีไม่ดีอาจมีตามมาราวีให้รับผิดชอบกันถึงบ้าน หน้าร้อนปีนี้ เขาขอพักผ่อนร่างกาย ชาร์จไฟให้กับพลังหนุ่มของตัวเอง โดยการไปพักอยู่กับคุณป้าของเขา ที่เปิดร้านอาหารอยู่ใจกลางกรุง วอชิงตัน ดีซี ที่นั่นมีพิพิธภัณฑ์ และสถานที่สำคัญๆหลายแห่ง นพเองก็มีความสนใจกับสิ่งเหล่านี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไปเที่ยวคราวนี้จะให้เวลากับอารยะธรรม ใช้เวลาทั้งวันเดินเข้าออกระหว่างพิพิธภัณฑ์ ซึมซับความเจริญรุ่งเรืองของชาติตะวันตกสักหน่อยคงดี

 

ว่าแล้วก็ไม่รีรอ เสียบกุญแจรถเข้ารูสตาร์ท มารู้ตัวอีกที นพก็มายืนอยู่หน้าร้านพัทยา ร้านอาหารไทยของคุณป้าของเขาเสียแล้ว วันนี้ร้านมีคนค่อนข้างแน่น เพราะเขามีการเดินพาเหรดทหารผ่านศึกอะไรสักอย่างอยู่บริเวณนั้น เขารีบทักทายคุณป้าแล้วโยนเป้ทิ้งไว้แล้ว ก่อนจะปลีกตัวไปก่อนที่จะโดนให้ช่วยเสริฟ คุณป้าเหมือนจะพูดอะไรด้วย แต่เขาทำเป็นไม่ได้ยิน มุ่งหน้าออกไป โดยมีจุดหมายยัง เดอะมอลล์ สถานที่ที่รวมพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆไว้เพียบ ซึ่งก็ห่างไปไม่กี่บล๊อคเท่านั้นเอง ระหว่างเดินออก สายตาเหลือบไปเห็น สาวหมวยผมยาวคนหนึ่งเดินพูดโทรศัพท์เข้ามาในร้าน จากภาษาที่ใช้ รู้ได้เลยว่าคนไทยแน่นอน ตามปกติแล้ว หากเจอสาวเสป๊คนี้ เขาคงต้องตามเธอเข้าไป อย่างน้อยก็ได้แอบมอง แต่ทริปนี้มาเพื่อการศึกษา เลยตัดใจไปก่อนดีกว่า

 

หลังจากเดินดูซากโครงกระดูกไดโนเสาร์ และสัตว์ยักษ์ต่างๆ นพก็มาหยุดอยู่ที่การแสดงแมลงสาปอาฟริกา เขาทึ่งกับความมหึมาตัวเท่าฝ่ามือ ลำตัวใสๆของมันช่างน่าขยะแขยงมองเห็นไปถึงเครื่องใน

ถ้าหากมันหลุดออกมาคงฉิบหายกันหมด

เขานึกเล่นๆ เป็นเวลาเดียวกับที่ป้าของเขาโทรมาตาม บอกให้กลับไปที่ร้านก่อน มีอะไรจะวาน

นี่ขนาดโทรมาตาม คงต้องการความช่วยเหลือจริงๆ

นพนึกในใจ ก็คงต้องกลับไปหน่อยอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย

 

เข้าไปในร้านไม่เจอป้า เลยสั่งผัดซีอิ้วทานเสียเลย เพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เช้า ขณะตวัดเส้นใส่จานไปได้ห้าที เขาก็ได้ยินเสียงใสๆแว่วมาจากในครัว

แม่ครัวที่นี่มีสาวๆด้วยเหรอวะแต่ก่อนแม่งมีแต่....

นึกยังไม่ทันจบ ป้าของเขาก็พาเจ้าของเสียงเดินออกมาจากในครัว เธอไม่ใช่แม่ครัว แต่เธอคือหมวยผมยาวที่เขาเพิ่งเกือบปิ๊งไปเมื่อไม่กี่ลมหายใจที่แล้ว

นี่ลูกสาวเพื่อนป้าเอง ชื่อมุก มาจากนิวยอร์กจ๊ะ

ป้าของนพบอกต่อว่า มุกจะมาอยู่ด้วยสองอาทิตย์ เพราะอพาร์ทเมนต์ใหม่ที่นิวยอร์กจะว่างตอนนั้น

ยังไงไปไหนก็พาน้องเค้าไปด้วยนะนพ

คุณป้าบอกแกมสั่ง นพทำตัวไม่ถูกเพราะเขากะจะมาเน้นเรื่องศิลปะและวิวัฒนาการต่างๆ แต่นี่มันไม่ใช่เสียแล้ว

 

บ่ายวันนั้นนพกะจะไปเยี่ยมหลุมศพของ เจ เอฟ เค ที่ สุสานทหารผ่านศึก อาร์ลิงตัน เสียหน่อย เอาวะ ชวนเธอไปด้วยเลยแล้วกัน และบ่ายนั้น นพและมุก ก็ไปเที่ยวสุสานด้วยกัน สองคนใช้เวลาแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวซึ่งกันและกัน ได้ใจความว่า นพเรียนวิศวะการบิน อยู่ที่มหาวิทยาลัยบอสตัน ยังไม่มีแฟน ส่วนมุก เรียนกราฟฟิกดีไซน์อยู่ที่สถาบันพาร์สัน แต่ไม่ตอบเรื่องแฟน

ไม่ตอบก็คือไม่มีอยู่แล้ว ไม่งั้นจะมานั่งอยู่นี่รึ

นพตุ๊ต๊ะในใจเอาเอง เป็นสันดานของนพอยู่แล้ว ที่หากเจอผู้หญิงน่ารัก ก็รักทันที หลังจากเคารพหลุมศพต่างๆเสร็จแล้ว เขาสาบานกับไฟหลุมศพ เจ เอฟ เค ว่า เขาจะต้องจีบมุกให้ได้ เพราะนี่แหละคือคนที่เหมาะสมจะมาเป็นแฟนเขา อยู่ห่างกัน เจอกันไม่ทั้งปีแบบนี้ชอบ ช่างเข้าทางจริงๆ เขาก็ยังคงเป็นเพลบอยอย่างที่เป็นได้ในช่วงเรียน ส่วนเวลาปิดเทอมก็ค่อยมาเจอกัน และจากความเป็นเซียนหญิง ดูจากสายตา มุกก็คงชอบเขาเหมือนกัน ไม่น่าพลาด

 

ตั้งแต่วินาทีนั้น มีอะไรพิเศษเกิดขึ้นมากมาย ระหว่างมุกกับนพ จากสุสาน สู่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ สู่พิพิธภัณฑ์เครื่องบิน สู่อนุสรสถานวอชิงตัน สู่รูปปั้นลินคอล์น สู่รูปปั้นเจฟเฟอร์สัน สู่ไวท์เฮาส์ สู่แคปปิตอล สู่สมิธโซเนี่ยน สู่จอร์จ ทาวน์ สู่ร้านแม๊คโดนัล สู่ร้านคาราโอเกะ สู่ถนนหน้าร้านพัทยา ผ่านหลายที่หลายวัน เห็นอีกทีทั้งสองก็เดินจูงมือกันเสียแล้ว และในคืนก่อนคืนสุดท้าย นพกับมุกก็ไม่มีที่ไหนให้สำรวจอีกแล้ว นอกเสียจากการสำรวจซึ่งกันและกัน ในขณะที่ข้างล่างร้านยังคงวุ่นวายกับคนเมาอยู่ ข้างบน เมื่อวันใหม่มาถึงนพและมุกรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

 

วันรุ่งขึ้น ไม่มีใครออกไปไหน เพราะยังดื่มด่ำกับความรักอันแปลกใหม่ของกันและกันอยู่บนชั้นสามของร้านอาหาร ดีที่คุณป้าไม่ได้สนใจเลย วันๆหากแกไม่คุมร้านก็จะนั่งดูวีซีดีหนังไทยที่เช่ามาอย่างสบายอุรา อยู่ให้ห้องของแกบนชั้นสอง งานนี้มีแต่ลูกจ้างที่รับรู้ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครแคร์ นพกับมุกก็ไม่แคร์ ความรู้สึกกระดากอายหมดไปกับการโหยหาซึ่งกันและกัน

 

วันรุ่งขึ้นมุกต้องกลับไปเข้าอพาร์ทเมนต์ใหม่ที่นิวยอร์ก นพอาสาขับรถไปส่ง นพบอกคุณป้าว่า มุกจะได้ไม่ต้องนั่งรถไฟให้เปล่าเปลี่ยว ส่งแล้วนพจะตีรถกลับบอสตันเลย แต่จริงๆแล้ว เขาแพลนที่จะเที่ยวนครนิวยอร์กสักหน่อย โดยมีมุกเป็นไกด์ส่วนตัว คงจะสุขพิลึก

 

แต่แล้วหนึ่งอาทิตย์ที่นิวยอร์ก นอกจากร้านพิซซ่ากับร้านอาหารจีนข้างล่างแล้ว นพกับมุกไม่ได้ไปไหนเลย เขาและเธอท่องเที่ยวอยู่ในห้องวันเบดรูม โดยเน้นหนักไปที่เบดรูมเสียส่วนใหญ่ มุกเป็นไกด์พานพให้รู้จักเธอมากเท่าที่ชายใดจะรู้ได้ ส่วนนพก็เพลิดเพลินไปกับการทัวร์ที่ดูเหมือนจะไม่สิ้นสุด เขาอยู่ต่อไปจนถึงวันที่เก้า มุกก็ขอให้กลับไปก่อน เพราะรูมเมทเธอจะกลับมา เธอนอนแชร์ห้องกับเพื่อนร่วมห้อง ฉะนั้นนพคงต้องยอมไปก่อน แล้วเดี๋ยวก็ได้พบกันอีก

 

จะว่าไปแล้ว ท่องเที่ยวซ้ำๆบนตัวมุกมาหลายวัน นพก็นึกอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง และนี่ก็ใกล้เวลาเปิดเทอมเต็มที เขาเองก็ต้องกลับไปตระเตรียมอะไรอีกหลายอย่าง อย่างแรกเลยก็คือต้องกลับไปจัดบ้าน ไว้รอรับมุก เพราะเขากะจะชวนเธอมาในวันหยุดยาวสามวันในอีกไม่กี่อาทิตย์ที่จะถึง

 

มุกและนพไม่ได้ร่ำลาอะไรมาก เพียงโอบกอดแน่นๆ ก่อนที่นพจะฝากรอบจูบไว้ที่หน้าผากของหมวยผมยาว อีกไม่นานเธอจะเอามาคืนให้เขาถึงที่ นพกระโดดตัวเบาขึ้นรถ มุกโบกมือลา

สายตาเธอเศร้าเหลือเกิน สงสัยคงอาลัยอาวรณ์จัด

นพนึกเอาเอง ว่าแล้วก็เหยียบคันเร่งมิด เพื่อที่จะรีบกลับไปโทนบอกเธอว่าถึงแล้ว เฉกเช่นที่คนรักเขาทำกัน

 

และสิ่งแรกที่นพทำเมื่อก้าวพ้นผ่านประตูบ้านของเขาก็คือ กดโทรศัพท์ไปหามุกทันที แต่แล้ว....................

นพ ขอบคุณสำหรับวันดีๆที่มีให้กัน แต่ต่อจากนี้ไม่ต้องโทรมาอีกนะ อย่าบอกใครเรื่องเรา เจอกันไม่ต้องทัก คิดเสียว่าเราไม่เคยพบกัน

นั่นคือสิ่งที่นพได้ยิน เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง หรือเขาเมาอยู่ เปล่าเลย สติของเขายังดีอยู่ แต่เขาเมารักเสียแล้ว

อะไรนะมุก นพรักมุกนะ

นั่นคือคำที่ออกจากปากนพ

คิดว่ามันเป็นเพียงฝันนะนพ

นั่นคือคำพูดสุดท้ายของมุก

 

นพพยายามติดต่อมุกอีกหลายครั้ง ทั้งที่บ้านและที่มือถือ แต่ก็เจอแต่เสียงตอบรับอัตโนมัติ นานๆเข้า เบอร์เหล่านั้นก็ถูกยกเลิกไป นพไม่เข้าใจว่ามุกเป็นอะไร หรือเขาทำอะไรผิด เขาตัดสินใจจะกลับไปหาเธออีกครั้ง แต่ที่อพาร์ทเมนต์ก็ไม่มีใครอยู่ และเขาก็ไม่รู้จักใครแถวนั้น ไม่รู้จักเพื่อนเธอสักคน ไปที่มหาลัยก็ไม่รู้จะไปตรงไหน เขาแบกความสับสนกลับบ้านมาแบบไร้คำตอบ

 

เพื่อนๆทนไม่ไหว จึงใช้เครือข่ายเพื่อนของเพื่อน สืบหาว่า สาวหมวยผมยาว ที่ชื่อว่ามุก มันมีตัวตนจริงหรือไม่ เพราะนพมันแทบจะเดินไม่เป็นอยู่แล้ว เนื่องจากไม่สร่างเมารักเสียที ไม่นานก็ได้ความว่า เธอ มีตัวตนจริง และมีแฟนเป็นตัวเป็นตน เป็นนักศึกษาปริญญาโท อายุมากกว่าเธอหลายปี และเป็นผู้ดีมีตระกูลพ่วงสมบัติ เขาคบกับมุกมาตั้งแต่มุกยังไม่เข้ามหาลัยแล้ว ตอนซัมเมอร์ เขาถูกส่งตัวไปฝึกงานที่บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินที่ฮ่องกง มุกต้องลงเรียนซัมเมอร์ เมื่อเรียนเสร็จ เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือน จึงว่างอยู่คนเดียว เลยไปเที่ยว ดีซี อยู่บ้านเพื่อนพ่อ นั่นคือข้อมูลที่เพื่อนๆ หามาได้ ไม่มีเรื่องราวของนพอยู่เลย เมื่อถามกลับไป เพื่อนของมุกถามกลับมาวะ นพไหน ใครวะ

 

ตอนนี้นพตระหนักแล้ว ว่าเขาโดนใช้เป็นเครื่องมือคลายเหงา วันคืนอันแสนหวาน ไม่ได้มีความรักเกิดขึ้น มันเป็นเพียงการตบมือข้างเดียว ในขณะที่อีกฝ่ายเพียงใช้เขาเป็นสะพานข้ามชั่วคราวไปสู่สวรรค์ ทั้งชีวิตไม่เคยเสียใจอะไรเท่านี้ ครั้งแรกที่คิดจะยึดติดกับใครสักคน ก็โดนเสียแล้ว

 

หลังจากสืบอยู่นาน นพได้เบอร์ของแฟนตัวจริงของมุกมา เขาโทรไปทันที เพื่อนๆห้ามกันไม่ทัน เมื่อขอพูดกับมุก มันกลับเหมือนว่าเขาโทรผิดที่

ใครคะ ไม่รู้จัก ขอโทษค่ ะ,,,,,,,,,,,,,,,,กริ๊ก

นั่นคือเสียงจากนิวยอร์ก นั่นคือเสียงของมุก

ตั้งแต่นั้นมา นพก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า เธอต้องการให้ความสัมพันธ์ในช่วงฤดูร้อนปีนั้น เป็นเพียงเรื่องราวในหัวสมองของเขาเท่านั้น มันไม่ใช่เรื่องจริง มันไม่ใช่เรื่องจริง มันไม่ใช่เรื่องจริง มันไม่ใช่เรื่องจริง

 

ค่ำวันหนึ่ง พวกเราพบปะสังสรรค์กันหลังจากที่ทุกคนกลับมาจากเมืองไทยหมดแล้ว นพน้ำตาคลอเบ้าเล่าเรื่องราวเมื่อวันที่เขาเคียงเธอให้ผมฟัง นพบอกว่า อยากจะส่งอะไรไปให้เธอสักอย่าง อยากให้สิ่งนั้นเป็นที่ระลึก ที่จะคอยตอกย้ำเรื่องราวของเขาทั้งสอง ไม่อยากให้มันจางหายไปกับอากาศดังที่มุกต้องการ ผมเลยอาสาขอแต่งเพลงให้ แต่มีข้อแม้ว่า นพต้องเป็นคนร้องเอง แล้วเราจะส่งไปให้ถึงรูหูของมุกเลย ว่าแล้วผมก็เดินหายไปไม่นาน กลับมาพร้อมกับ เนื้อเพลง จินตนา

 

จินตนา แปลว่าความนึกคิด ผมให้นิยามว่าหากเราจินตนาอะไรสักอย่าง มันก็คือการมโนภาพ หรือนึกคิดไปเอง และนี่ก็คือสิ่งที่มุกต้องการให้เป็น ความรักครั้งนั้น มันเป็นเพียงจินตนา เราใช้เครื่องสี่แทร๊คอัดกันไม่นาน ก็ได้ทำนองเพลง จากนั้นก็ให้นพ ร้องเพลงๆนั้นทั้งน้ำตา ในช่วงว่างของเพลง ผมบอกให้นพ รำพึงรำพันไปด้วย ซึ่งมันก็ทำออกมาได้เข้ากับเพลงดีทีเดียว ผมคิดว่ามันโดนมากๆ โดนทั้งมุกและนพ คนอื่นไม่แน่ใจ และก็ไม่สนด้วย แล้วเราก็ผนึกซอง ส่งไปให้เธอในวันต่อมา เป้าหมายของพวกเราคือ ต้องล่อให้เธอติดต่อกลับมาด้วยสิ่งนี้

 

หลังจากพระอาทิตย์กะดวงจันทร์แปะมือกันได้สามรอบ คืนนั้นขณะที่พวกเรากำลังนั่งเล่นเกมส์กันอยู่ สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น มีเบอร์ลึกลับ แอเรียโค๊ดมาจากนิวยอร์ก โทรมาเข้ามือถือนพ เมื่อรับสายก็ได้ยินเสียงที่เขารอคอย

นพ เธอทำอะไรเนี่ย มันตรงดีจังนะ นี่เบอร์คนอื่น ไม่ต้องโทรมาอีกนะจ๊ะ..................กริ๊ก

 

มุกไม่รู้หรอกว่า หลังจากที่เธอวางสายไป พวกเราเฮฮากันใหญ่ กับความสำเร็จของเรา นพก็ดูเหมือนจะหายเจ็บได้มากหลังจากที่ได้หลั่งระบายความในใจออกมา คืนนั้นเราพากันไปสนุกกันในผับ เหมือนที่เราทำกันเป็นกิจวัตร นพก็สนุกสนานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็เรื่องของผู้หฯิงชื่อมุกมันเป็นเพียงแค่จินตนานี่นา

 

ติดตามฟังเพลง จินตนา ได้ที่ http://www.coolvoice.com/v 2/player/player.php?id= 4406

 

ปัจจุบัน

นพ เป็นทหารอากาศ ขับเครื่องบินรบอยู่ที่อเมริกา

มุก คงแต่งงานกับรุ่นพี่คนนั้นไปแล้ว

หวังว่าเพลงๆนี้จะช่วยย้ำเตือนความทรงจำดีๆสั้นๆของพวกคุณได้นะครับ

 

ตอนนี้มันกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ผมรักมากที่สุด และจะอยู่ในงานของ Spinnacle โปรเจคดนตรีของผมที่ทำมาได้ 8 ปีกว่าๆแล้วครับ

อยากรู้เพิ่มเจอกันที่ www.spinnacle.net

 

ด่อง สปินนาเคิล